5 พฤติกรรมแย่ๆที่คุณต้องเปลี่ยน !!

หลายๆคนมักมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำจนติดเป็นนิสัย ซึ่งส่งผลกระทบกับสุขภาพและการใช้ชีวิตมากกว่าที่คิด หากไม่อยากให้เกิดผลเสียในระยะยาว การที่เรารู้เท่าทันและปรับพฤติกรรมเหล่านี้ ก่อนที่จะสายเกินแก้ คือส่งสำคัญที่ควรใส่และปรับเปลี่ยน

1. ตามใจปาก ไม่หิวก็จะกิน

พฤติกรรมกินตามใจปากทำให้สุขภาพเสียได้ง่าย โดยเฉพาะโรคร้ายต่างๆเช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตัน เบาหวาน รวมไปถึงโรคอ้วนด้วย ทางที่ดีเราควรจะเลือกกินอาหารให้เป็นเวลาและกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ แต่ถ้าติดตามใจปากแล้วอยากเลิก ทำได้ด้วยการไม่กินขนมระหว่างมื้อหยุดกินเมื่อรู้สึกอิ่ม ถือคติกินไม่หมดก็ไม่เป็นไร หรือถ้าไม่อยากหักดิบในช่วงแรกอาจจะทดแทนความอยากด้วยการดื่มน้ำหรือน้ำธัญพืชแทนขนม ufabet55

 

2. ไม่กินอาหารเช้า
อาหารเช้าคือพลังงานสำคัญและเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของร่างกาย หากพลาดมื้อเช้าไปทั้งวันจะรู้สึกไร้เรี่ยวแรงร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยสะสมเอาไว้จนน้ำหนักเกิน ทั้งยังทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย การปรับเรื่องกินอาหารเช้าทำได้ไม่ยาก หากไม่ได้กินเพราะไม่มีเวลาก็ขยับเวลาเข้านอน และตื่นนอนให้เร็วขึ้น เพื่อที่เราจะได้มีเวลารับประทานอาหารมื้อเช้า

 

3. วิตกกังวัล ชอบแบกโลกทั้งใบ
ความกังวัล ความคิดมาก ถึงแม้จะไม่ใช่ความเครียดก็สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายได้ไม่ต่างจากเวลที่เครียดจัด เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ทำให้ความดันขึ้นสูง น้ำตาลพุ่ง ลดความสามารถในการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งแรกๆ อาจทำให้เกิดโรคอ้วน แต่นานๆไปอาจจะทำให้ถึงขึ้นร้ายแรงเส้นเลือดในสมองแตกได้ ดังนั้นควรเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง ทำความเข้าใจกับความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ระบายความกังวัลด้วยการออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่ชอบ จะช่วยลดความกังวลลงได้

 

4. ติดโซเชียล
อาการติดโซเชียลส่งผลให้การก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์เป็นพฤติกรรมหลักในชีวิต สายตาต้องเพ่ง ต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ยังทำให้เกิดโรคสมาธิสั้นลงเพราะถูกเรียกร้องความสนใจจากการตั้งเตือนต่างๆ การบำบัดอาการติดโซเชียลทำได้โดยลดการใช้งานลงแต่ละวันปิดการแจ้งเตือนต่างๆ แล้วเลือกเปิดเช็คเฉพาะสิ่งที่สำคัญเท่านั้น รวมทั้งให้เวลาทำกิจกรรมอื่นๆที่เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น

 

5. นอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลย
เพราะมนุษย์ไม่ได้อยู่กับที่ได้ตลอดเวลาหรือเคลื่อนไหวเพียงแค่วันละนิด การนอนทั้งวันจึงไม่ใช่เรื่องที่ดี เนื่องจากแต่ละวันมีกิจกรรมผู้ตัวเองไว้กับความเครียด ความกังวลต่างๆ มากมาย หากได้ออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆ ของอวัยวะทำงานได้ดี ส่วนในที่ทำงานไม่ควรนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน อย่างน้อยๆ ก็ควรเปลี่ยนท่านั่งทุก 20 นาที แล้วทุกชั่วโมงลูกมาขยับแข้งขยับขาสักหน่อย จะช่วยป้องกันโรคออฟิศชินโดรมได้

/ / /